• Latest News : ,
  • Latest News : ,
  • Latest News : ,

NEWS DETAILS

จากดาวเตะที่ไม่ประสบความสำเร็จในลีกสูงสุดสู่การเป็นกองหน้าที่พร้อมสร้างความท้าทายบนเส้นทางลูกหนังกับ สุภาพบุรุษวงจักร ในศึก M-150 แชมเปี้ยนชิพ 2018

“นัท” ฤทธิพร หวานชื่น กองหน้าวัย 23 ปี ใช้เวลากว่า 4 ปี ในการรับใช้ จามจุรี ยูไนเต็ด ต้นสังกัดของสถาบันชื่อดังแห่งปทุมวันก่อนจะก้าวเท้าสู่ความท้าทายใหม่กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทว่ากลับไม่สามารถฝ่าด่านสุดหินเบียดขึ้นชุดใหญ่ได้สุดท้ายถูกปล่อยตัวเพื่อสะสมประสบการณ์เป็นครั้งที่สองให้กับทีมในลีกรองอย่าง อาร์มี่ ยูไนเต็ด

ฤทธิพร หวานชื่น ถือเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตาอยู่พอสมควรหลังจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นชั้นปีที่ 2 กับ โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา ก็ได้หอบกระเป๋าชิ้นโตเดินทางสู่เมืองหลวงเพื่อตระเวนคัดตัวตามโรงเรียนต่างๆก่อนจุดหมายปลายทางจะหยุดที่ สวนกุหลาบวิทยาลัย  โรงเรียนที่ขึ้นชื่อเรื่องการบ่มเพาะนักเตะสู่ลีกอาชีพ

เส้นทางลูกหนังในเมืองกรุงของ ฤทธิพร ดูราบรื่นหลังได้โควตาเข้ารับการศึกษาต่อตั้งแต่ชั้น มัธยมชั้นปีที่ 3 ก่อนจะยึดเป็นตัวหลักของทีมโรงเรียนได้ทันทีจนฟอร์มเข้าตา สมชาย ฉวยบุญชุม กุนซือทีมชาติไทยถูกเรียนตัวติดธงครั้งแรกในรุ่น 19 ปี ลุยชิงแชมป์เอเชีย ซึ่งในขณะนั้น นัท มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น
“ช่วงมัธยมก็เข้าเรียนที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา ด้วยโควตานักกีฬาฟุตบอล แล้วก็มาเข้าตระเวนคัดตัวที่กรุงเทพและได้เข้าเรียนชั้น ม.3 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ด้วยโควตาเช่นกันก่อนจะมีโอกาสครั้งแรกในการเล่นให้ทีมชาติรุ่น ยู-19  ตอนนั้นผมเรียนอยู่ชั้น ม.5 บอกได้เลยครับภูมิใจมากกลั่นน้ำตาไม่อยู่จริงๆ”

โดย นัท ได้เล่าว่าช่วงชั้นมัธยมศึกชั้นปีที่ 6 กับ สวนกุหลาบวิทยาลัย เจ้าตัวได้ของขวัญชิ้นพิเศษเมื่อ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ซึ่งในขณะนั้นยังโล่ดแล่นอยู่บนเวทีลูกสูงสุดได้ยื่นข้อเสนอในการเซ็นสัญญาเป็นเวลา 2 ปี อย่างไรก็ตามดีลดังกล่าวจำเป็นต้องถูกยกเลิกเมื่อ ฤทธิพร เล่นได้เพียง 1 ปีเท่านั้น เมื่อได้รับทุนโควตานักกีฬาจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีเงื่อนไขต้องเล่นให้กับ จามจุรี ยูไนเต็ด ในระหว่างช่วงการศึกษา

“ผมได้รับสัญญาเล่นลีกอาชีพครั้งแรกกับอาร์มี่ ยูไนเต็ด ซึ่งตอนนั้นพวกเขายังอยู่บนเวทีลีกสูงสุดอยู่ตอนนั้นผมกำลังศึกษาอยู่ในช่วง ม.6 เขายื่นสัญญาให้ผมเซ็น 2 ปี แต่มันมีเหตุจำเป็นเล่นได้เพียง 1 ปี เพราะผมก็ได้ยื่นโควตาเพื่อรับทุนศึกษาต่อกับทาง จุฬาฯ ซึ่งเขามีเงื่อนไขหากรับได้รับทุนแล้วต้องเล่นให้กับ จามจุรี ยูไนเต็ด ซึ่งผมก็ต้องเลือกอนาคตกับการศึกษาเพื่อควบคู่กับการเล่นฟุตบอลไปด้วย”

เพียงปีเดียว ฤทธิพร หวานชื่น ก็สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงภายในทีมได้ทันทีทั้ง จามจุรี ยูไนเต็ด รวมถึง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันอันเป็นที่รักร่วมทุกข์ร่วมสุขมานาน 4 ปีนับตั้งแต่ฤดูกาล 2014 กวาดรางวัลดาวซัลโวกีฬามหาวิทยาลัยแห่งชาติและยังเป็นขุนพลชุดแชมป์กีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 18 อีกด้วย
ด้วยผลงานอันเป็นที่โดดเด่นสุดท้ายถูก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ดึงเข้าก๊วนด้วยสัญญา 4 ปี ซึ่งเป็นจุดพลิกชีวิตของเจ้าตัวหลังต้องผิดหวังค้าแข้งในเวทีลีกสูงสุดกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด เมื่อ 4 ปีก่อนอย่างไรก็ตามเส้นทางลูกหนังยังของ นัท ยังไม่ราบรื่นเมื่อต้องเจอเหล่าบรรดาแข้งซูเปอร์สตาร์ทีมชาติในตำแหน่งกองหน้าทั้ง อดิศักดิ์ ไกรษร ,เคลตัน ซิลวา, จูเนียร์ เนเกรา,ธีรศิลป์ แดงดา คอยขวางทางอยู่ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้กับ โปลิศ เทโร เอฟซี ยืมตัวไปใช้งาน 1 ฤดูกาล

“มันเป็นสิ่งที่ผมรอคอยมานานมากนะครับในการเล่นไทยลีกแต่ตอนนั้นกองหน้าของทีมเยอะมากทั้ง พี่กอล์ฟ พี่มุ้ย และตัวต่างชาติ อย่างไรก็ดีแม้จะไม่ได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัดที่แท้จริง แต่ผมก็ถูกปล่อยยืมตัวให้กับ เทโร ยืมตัว 1 ฤดูกาลในปี 2017 มองแง่ดีครับ เทโร เขาก็อยู่ลีกสูงสุดของประเทศเหมือนกัน”

แม้ประสบการณ์ในบนเวทีลีกสูงสุดของ ฤทธิพร หวานชื่น จะไม่หอมหวานนักเมื่อได้รับโอกาสลงสนามให้กับ โปลิศ เทโร เอฟซี เพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น โดยออกสตาร์ทบนม้านักสำรองเป็นส่วนใหญ่ในช่วงท้ายเกมแต่ประสบการณ์อันล้ำค่าครั้งนี้ถือว่าเป็นบทเรียนชั้นดีให้แก่เขาในการพัฒนาตัวเองต่อไปซึ่งในฤดูกาล 2018 เจ้าตัวได้ถูกปล่อยตัวด้วยสัญญายืมตัวให้กับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่มีเป้าหมายเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง
“จะบอกว่ามันดีใจก็ดีใจนะครับแต่มันไม่สุดเมื่อได้รับโอกาสลงเล่นบนไทยลีกเป็นครั้งแรกในชีวิตแต่ถูกส่งลงเล่นในฐานะตัวสำรองมากกว่าต้องยอมรับว่าอาจจะเป็นด้วยความที่เรายังอ่อนประสบการณ์ถือว่าเป็นบทเรียนชั้นดีครับให้เราตั้งใจฝึกซ้อมให้แข็งแกร่งกว่าที่เราเป็นอยู่ตอนนี้”

เริ่มสตาร์ทในฤดูกาล 2018 ฤทธิพร หวานชื่น ก็สามารถกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งเมื่อเป็นตัวเลือกในแผงหน้าคนสำคัญของ รุย นาสซิเมนโต้ ตลอด 3 นัดที่ถูกส่งลงสนามเขาแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้น ความกระหายที่อยากที่จะลงเล่น เพื่อกลับไปพิสูจน์ในเวทีลีกสูงสุดอีกครั้งโดยล่าสุดก็สามารถเบิกสกอร์แรกให้ตัวเองทันทีในเกมบุกไปชนะ กระบี่ เอฟซี

“ก็มีท้อบ้างครับ เป็นปกติของทุกคน แต่ก็ต้องสู้ ผมได้เรียนรู้ประสบการณ์จากรุ่นพี่ที่เคยร่วมทีมทั้ง พี่โก้(ดัสกร) พี่แป๊ะ “พิชิตพงษ์ ดูตอนนี้สิครับพวกพี่เขายังคงมุ่งมั่นตั้งหน้าตั้งแต่เล่นแม้อายุจะบ่งบอกว่าพี่เขาควรเลิกเล่นแล้ว ส่วนตัวผมเองนั้นผลงานกับอาร์มี่ในตอนนี้ก็พอใจในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงเป้าที่ตัวเองตัวใจไว้ครับ ต้องสู้กันต่อไป”

และนี่คือ นักเตะที่น่าจับตามอง ประจำเดือน กุมภาพันธ์ ของ M-150 แชมเปี้ยนชิพ ฤทธิพร หวานชื่น

แสดงความคิดเห็น

Subscribe Our Monthly Newsletter